หนุ่มถูกแฟนสาว ที่คบมา 5 ปีบอกเลิก เพราะจน ไม่มีรถ-บ้าน ทั้งที่กำลังเก็บเงินจะขอแต่งงาน

เรียกว่าเรื่องราวของความรักนั้นเป็นอะไรที่มักจะเข้าใจได้ยากมากๆจริงๆ เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของ หนุ่มไต้หวัน ที่ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตรักของตนเองที่ผ่านมา ในเพจร้องชาวบ้านท้องถิ่นว่า คบกับแฟนสาวมา 5 ปี ความสัมพันธ์มั่นคงราบรื่นมาตลอด เดิมทีวางแผนว่าทำงานเก็บเงินอีก 2-3 ปี จะขอเธอแต่งงาน แต่พ่อแม่แฟนสาวกลับคิดว่าอาชีพของผมไม่มั่นคง วางแผงขายของตามตลาดนัด ที่สำคัญไม่มีบ้าน ไม่มีรถเป็นของตนเอง พวกเขาคิดว่าลูกสาวของตนเองคุณสมบัติดีหาคู่ครองที่ดีกว่านี้ได้สบาย

แม้ว่าเขาจะเคยบอกแฟนสาวแล้วว่า ผมยอมให้คุณได้ทุกอย่าง แต่สังคมแห่งความเป็นจริงก็เป็นเช่นนี้ พอระยะเวลาผ่านไปใจของแฟนสาวก็เริ่มสั่นคลอน จากนั้นเธอก็บอกเลิกเขาไป

หลังจากที่เขาเลิกกับแฟนสาว เขาคิดในใจเสมอว่า ชีวิตคนเราจะสามารถเสียเวลา 5 ปีได้กี่ครั้ง หลังจากนั้น 3 เดือนเขาจึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศเวียดนามเพื่อนัดเจอผู้หญิงเวียดนาม โดยร่างประวัติการทำงานและคุณสมบัติของตนเองให้ฝ่ายหญิงทราบทั้งหมด แบบโจ่งแจ้งไม่มีปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น โดยไม่ต้องรู้สึกต้อยต่ำอะไรอีกต่อไป และผู้หญิงเวียดนามที่เขานัดบอดด้วย ก็สามารถยอมรับเงื่อนไขต่างๆในตัวเขาได้ ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกดีกับเขาด้วย ทั้งคู่จึงตัดสินใจแต่งงานกันในที่สุด

เขาเผยชีวิตปัจจุบันความสัมพันธ์ราบรื่น รักกันดีมาก เขาก็เอาใจแฟนสาวและดูแลเขาอย่างดี ในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะช่องว่างระหว่างภาษาที่แตกต่างกันได้ ตั้งแต่ที่ภรรยาของเขาออกไปทำงานนอกบ้าน เงินเดือนทุกเดือนเธอก็เอาให้สามารถเก็บไว้และใช้จ่ายภายในครอบครัว และส่งกลับบ้านที่เวียดนามเดือนละ 3,000- 5,000 บาท เพื่อเป็นการกตัญญูต่อพ่อแม่

เขาบอกว่าในวันหยุดของภรรยา เธอก็ออกไปวางแผนขายของเป็นเพื่อนเขาเสมอ ช่วยกันทำมาหากิน โดยไม่เคยบ่นหรือรังเกียจอาชีพของเขาเลย ตอนนี้ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ชีวิตแต่งงานของพวกเขามีความสุขมาก

หนุ่มรายนี้ยังบอกอีกว่า การเดินทางไปนัดบอดที่เวียดนามเป็นความคิดที่ถูกต้องมาก ไม่เสียใจที่เลือกแต่งงานกับเธอจริงๆ เขายังอธิบายอีกว่า ในอดีตมีคู่รักต่างชาติจำนวนมากที่แต่งงานเข้ามาเพื่ออยากได้บัตรประชาชนของที่นี่ พอได้บัตรแล้วก็จากไป หายหน้าไปเลย ข่าวแบบนี้ที่นี่เห็นบ่อยมาก แต่เขาอยากจะบอกว่า หากเราใช้ความจริงใจกับพวกเธอหน่อย หรืออาจเป็นเพราะว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่รู้จักซึ่งกันและกันอย่างดีพอ ทำให้ความสัมพันธ์มีอุปสรรคขวางกั้น

แต่ยังไงก็แล้วรู้สึกขอบคุณภรรยาที่พยายามเข้าใจและฝ่าฟันอุปสรรคเรื่องนี้ไปด้วยกัน จนทำให้เรามีความสุขมาก ณ ตอนนี้ อยากให้มองคู่รักต่างชาติเสียใหม่ ไม่ใช่คนต่างชาติทุกคนจะมาเพื่อหลอกเราเสมอไป อย่าเอาประสบการณ์ที่ไม่ดีของคนอื่นมาเป็นเครื่องวัดบรรทัดฐานทางสังคม

ที่มา eathealth

Facebook Comments