8 สิ่งที่สามารถเริ่มต้นก่อเรื่องให้เกิดปัญหาระหว่างคนร่วมงานได้

(1). เจ้านาย ไม่ใช่ใครอื่นอื่นแต่เป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดในที่ทำงาน ที่จะชี้ให้คุณให้โทษแก่คนในหน่วยงานหรือในองค์องศ์ แต่ต้องเข้าใจว่าคนเราก็มีหัวใจ บางครั้งลำเอียงมันก็เกิดขึ้นจากใจเอียงๆ ของเจ้านายลูกน้องเลยต้องแบ่งฝ่ายและทะเลาะกัน (2). ลูกค้า บางทีมันเป็นเรื่องที่ก่อเหตุโดยคนนอกแบบที่คนในไม่ได้เกี่ยวข้องเลย แต่เกิดอาการหมั่นกันเองเพราะลูกค้าคนนอกโปรดที่จะติดต่อพนังงานที่หน้าสวยหุ่นอื้มมากกว่า มันก้เฉยเป็นเหตุให้คนในแผนกที่ลูกค้าคนนั้นไม่โปรดจึงพากันเม้าท์ว่า “จะขายสิ้นค้าหรือจะขายตัวกันแน่”

(3). คนร่วมงานด้วยกันเอง เอาเป็นว่าแอบอิจฉาผลงานของเพื่อนร่วมงาน แอบอิจฉาว่าคนอื่นเก่งกว่าตนเองแทนที่จเอาเวลาไปพัฒนาตนเองก้กลับไปนั้งคิดริษยาเขาจนกลัดกลุ่มถึงขั้นป่วยเข้าโรงพยาบาลก็มี (4). รายรับ เงินเดือนและผลประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจากบริษัทที่เราทำงานแบบถวายชีวิตนั้น ถือเป็นข้อมูลลับพาะบุคคลที่ Top Secret ที่สุด แต่ก็สามารถประมาณได้จากตำแหน่ง อายุงาน และคุณสมบัติของแต่ละคนมันก็พอที่จะให้รู้ได้คร่าวๆ ว่าใครได้มากกว่า แต่คนเราก้ไม่วายไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มาของความไม่สบายใจในการทำงานร่วมกันกับคนที่ทำงานเดียวกันแต่ได้เงินเดือนมากกว่าเรา ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันช่างไม่แฟร่เอาเสียเลย

(5). การเมืองในองค์กร ปฏิเสธไม่ได้ว่าในองค์กรก็มีการเมืองเหมือนกันชนิดว่าใครเป็นเด็กฝาก เด้กโปรด และเด็กเส้นใครจะได้รับการหมั่นใส้ละได้รับการจัดเข้าพวดคนละฝ่ายเวลาฝ่ายไหนได้กุมอำนาจบริการ ฝ่ายนั้นก็จะกลายเป็นฝ่ายรัฐบาลที่เกมการเมืองในองค์กรก้เล่นเอาฝ่ายค้านอยู่ลัทำงานร่วมกันในองค์กรอย่างลำบากยากเข็ญ บางคนถูกกดดันถึงขั้งต้องลาออไปเลยก็มี

(6). ความแตกต่างทางความคิดเรื่องศาสนาและการเมือง สองประเด็นความต่างทางความคิดนี้เป็นเรื่องความเชื่อและความศรัทธาส่วนบุคคล ที่ต้องห้ามเอามาในที่ทำงานโดยเด็ดขาด เพราถือเป็นรากฐานระบบความเชื่อความศรัทธาของบุคคล ถ้าจะเถียงกันเพื่อเอาชนะกันสองเรื่องนี้ไม่มีวันจบสิ้น แถมยังเป็นการสร้างความบาดหมางที่ร้าวฉานชนิดยากที่จะแค่ “ขอโทษ นะ กลับมาดีกันนะ” เหมือนเดิมได้

(7). นิสัยที่ลืมเอาในเขามาใส่ใจเรา เพราะเราต้องอยู่กับคนมากบนความแตกต่างอันหลากหลาย ดังนั้นแค่พฤติกรรมเล้กๆ น้อยๆ แบบคุยโทรศัพท์เสียงดัง หยิบเครื่องเขียนคนอื่นไปใช้โดยไม่ขออนุญาต หรือประเภททลาป่วยและต้องฝากงานให้คนอื่นช่วยทำเสมอแบบนี้ แรกๆ เพื่อร่วมงานอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าถี่และบ่อยจนเป้นกิจวัตร เรื่องเล้กๆ เท่าฝุ่นผงพวกนี้ก็อาจจะพัดผนึกกำลังเป็นใต้ฝุ่นถล่มความรู้สึกของคนทำงานใต้ชายคาเดียวกัน

(8). การเม้าท์แบบไร้หลักฐาน หลายคนอาจจะบอกว่าถ้าเม้าท์แบบมีหลักฐานมันก้ไม่ใช่การเม้าท์นะสิ แต่ให้ขึ้นชื่อว่าการเม้าท์จะมีหลักฐานหรือไม่มีหลักฐานก็ตาม แต่มันก็ส่งผลเสียและทำลายให้ร้ายคนอื่น (แม้เป้นเรื่องที่มีมูลหรือต่อให้ชัวร์ก็ตาม) หากคนที่ตกเป็นประเด็นให้คุณเม้าท์รู้ว่าคุณจริงของเค้า เขสคงอาจจะเกลียดคุณได้เลยค่อ

Facebook Comments